mba online
 
 

การแสวงบุญของชาวพุทธในดินแดนพุทธภูมิ
     การแสวงบุญของชาวพุทธในดินแดนพุทธภูมิ
คือการเดินทางของพุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาเพื่อไปสักการะสถานที่สำคัญในพระพุทธประวัติหรือสถูปเจดีย์ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นพระบรมศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา ในดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล
(หรือที่คือดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดียและเนปาลในปัจจุบัน)โดยสถานที่สำคัญที่ถือได้ว่าเป็นจุดหมายหลักของชาวพุทธคือสังเวชนียสถาน 4 ตำบล คือ ลุมพีนีวัน สถานที่ประสูติ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ฯ สารนาท สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา และ สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน แห่งองค์มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งนอกจากสังเวชนียสถานแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกมาก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและประวัติศาสตร์ยุทธศาสนา ทั้งที่เป็นมหาสังฆารามในอดีต หรือเมืองสำคัญในสมัยพุทธกาลที่มีความเกี่ยวข้องปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งบางแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เช่นที่พุทธคยา ถ้ำอชันตา-เอลโลล่า เป็นต้น    เดิมนั้นการเดินทางไปสักการะยังสถานที่ต่าง ในดินแดนพุทธภูมิเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องมีความศรัทธาตั้งมั่นอย่างมากจึงจะสามารถไปนมัสการได้ครบทุกแห่ง ในปัจจุบันการเดินทางสะดวกสะบายขึ้น และมีวัดพุทธนานาชาติอยู่ในจุดสำคัญ ของพุทธสถานโบราณต่างๆ ทำให้ชาวพุทธจากทั่วโลกนิยมไปนมัสการพุทธสถานในดินแดนพุทธภูมิเป็นจำนวนมากในแต่ละปี
      ความเป็นมาของการจาริกแสวงบุญไปยังสังเวชนียสถานของชาวพุทธ
การแสวงบุญ หรือการจาริกไปเพื่อทำการบูชาสังเวชนียสถาน เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยในสมัยนั้นชาวพุทธจะจาริกแสวงบุญโดยเดินทางมาเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ในภายหลังมีผู้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า เมื่อพระองค์ สด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ผู้มีศรัทธาควรไปยัง ณ สถานที่ใด เพื่อยังให้เกิดความเจริญใจ (ด้วยศรัทธา เสมือนเข้าเฝ้าพระพุทธองค์และพระพุทธองค์ได้ตรัสตอบว่า สถานที่ควรไปเพื่อยังให้เกิดความแช่มชื่น เบิกบานใจ เจริญใจ และสังเวชใจเมื่อได้ไป คือ สังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบลดังพระพุทธพจน์ ดังต่อไปนี้
    
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ควรเห็น ควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธา สังเวชนีย์๔แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ควรเห็นและควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธาว่า พระตถาคตประสูติ ณ ที่นี้พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ที่นี้ พระตถาคตทรงประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ ที่นี่พระตถาคตปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ณ ที่นี่ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ควรเห็น ควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธา ทั้ง๔แห่งนี้แล ฯ    

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต - ตติยปัณณาสกสีวรรค - สังเวชนียสูตร


โดยพระพุทธองคEด้ตรัสถึงอานิสงส์องการจาริกแสวงบุญไปยังสังเวชนียสถานด้วยความศรัทธาว่า
     ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์(สังเวชนียสถาน) มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ฯ
พระไตรปิฎกเล่มทีE๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร
    หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาทั้งหลายก็ได้นิยมเดินทางมานมัสการสถานที่สำคัญเหล่านี ดังปรากฏหลักฐานของสมณทูตจากประเทศจีน (เช่น หลวงจีนฟาเหียน พระถังซำจั๋งเป็นต้น) ที่ได้เดินทางมาจากประเทศจีนเพื่อสักการะสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญในพุทธประวัติอื่นๆซึ่งรวมถึงเรื่องราวการเดินของชาวไทย
ที่จาริกไปพุทธคยาด้วย (พงศาวดารเหนือ) (ซึ่งผู้จาริกได้นำรูปแบบสถาปัตยกรรมของพระมหาโพธิเจดีย์าสร้างเป็นเจดีย์วัดเจดีย์เจ็ดยอด
ในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่หลังจากพระพุทธศาสนาได้เสื่อมไปจากอินเดีย สังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญอื่น ก็ได้ถูกทิ้งร้างไป ซึ่งในระยะนั้นก็มีชาวพุทธเข้ามาบูรณะบ้างเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิงในช่วงพุทธศตวรรษที่18 จนอนุทวีปอินเดีย (ยกเว้นศรีลังกา) ถูกอังกฤษเข้ามาปกครองเป็นอาณานิคม จึงได้เริ่มมีการเข้าไปบูรณะขุดค้นทางโบราณคดียังสถานที่สำคัญต่าง ซึ่งถูกทิ้งร้างเป็นเนินดินจำนวนมาก และมีการบูรณะเรื่อยมาโดยศรัทธาทุนทรัพย์ของชาวพุทธบ้าง รัฐบาลอินเดียบ้าง จนในช่วงหลัง พ.ศ. 2500 จึงได้เริ่มมีชาวพุทธทุกนิกายจากทั่วโลกนิยมมานมัสการสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิมากขึ้นจนปัจจุบัน
 
สังเวชนียสถาน 4 แห่ง

    ลุมพินีวัน
(สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)



ภาพวาดสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ

   

ชาวพุทธนมัสการ เสาพระเจ้าอโศกมหาราช เครื่องหมายสถานที่พระพุทธเจ้าประสูติ ณ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล
  
 

 พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)



พระมหาโพธิเจดีย์พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธ

   

พระพุทธรูป "พระพุทธเมตตา" ในมหาโพธิเจดีย์สร้างในสมัยปาละด้วยหินแกรนิตสีดำ มีอายุกว่า 1,400 ปี


   

 สารนาถ (สถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนากัณฑ์แรกแก่ปัญจวัคคี)

ธรรมเมกขสถูป หรือที่แปลว่า สถูปผู้เห็นธรรม ศาสนสถานโบราณที่ใหญ่ที่สุดในสารนาถ สันนิษฐานว่าพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาที่นี่

 

 

พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ภายในวัดมูลคันธกุฏีวิหารใหม่

 

   
 
กุสินารา (สถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน)


มหาปรินิพพานวิหาร ภายในสาลวโนทยาน
 

พระพุทธรูปปางมหาปรินิพพาน ในพระวิหารแห่งมหาปรินิพพานสถูป

ที่มา:http://th.wikipedia.org

 

 
 
 
วัดภูเขาทอง ม.๑ ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง ๙๒ooo
Coppyright (C)2008 by watphukaothong.com